head
 
 
 
  ..........คำว่า “นัน” หมายถึง ความร่าเริงสนุกสนาน เมื่อสนธิกับคำว่า อาการ เป็น นันทน + อาการ เป็นนันทนาการ หมายถึง ลักษณะอาการ แห่งความสนุกสนานร่าเริง หรือ อาการทำให้สนุกสนานร่าเริงระทึกใจ  นันทนาการจึงจัดเป็นกิจกรรมเพื่อความสนุกสนานและผ่อนคลาย ต่อมาเมื่อมีการปรับปรุงหลักสูตรมัธยมศึกษาในปี พ.ศ. 2528 ได้มีกำหนดบังคับ ให้เรียนวิชานันทนาการ ด้วยคำว่านันทนาการ จึงเริ่มเป็นที่เข้าใจและรู้จักกันจนทุกวันนี้

..........คำว่า นันทนาการ มาจากศัพท์คำว่า Recreation ซึ่งมาจากคำว่ากิริยา คือ ครีเอท (To Create) ซึ่งหมายถึง การสร้างหรือทำให้เกิดขึ้น คำว่า รี (re) เป็นอุปสรรคเติมหน้าคำกริยาแสดงถึง คำใหม่ หรือเพิ่มเติมอีก ดังนั้น เมื่อเป็นคำว่า “Re-create “ก็หมายถึงการสร้างใหม่ หรือให้มีขึ้นใหม่ สร้างใหม่มีขึ้นใหม่ เมื่อเป็นคำนามก็จะเป็นคำว่า เรคครีเอชั่น (recreation) ซึ่งจะหมายถึง การสร้างให้มีขึ้นใหม่ หรือ การทำให้มีขึ้นใหม่

..........ชาร์ล เค ไบรท์บิล และฮาโรลด์ ดี เมเยอร์ (Charles K. Brightbill and Harold D.Mayer) กล่าวไว้ในหนังสือนันทนาการ (Recreation) ว่า นันทนาการ หมายถึง กิจกรรมที่บุคคลเข้าร่วมร่วมด้วยความสมัครใจในเวลาว่างโดยมีความพอใจหรือความสุขใจเป็นเครื่องจูงใจ เป็นมูลฐาน เบื้องต้นในการเข้าร่วมกิจกรรมนั้นๆ

..........เจ บี แนช (Jay B. Nash) (Gorge, Batter1965: 1-2) ได้อธิบายไว้ในหนังสือปรัชญานันทนาการ (Philosophy of Recreation) ว่า นันทนาการ หมายถึง การใช้เวลาว่างนั้นเพื่อประโยชน์คุณค่าในทางที่ดีงามจากการเข้าร่วมกิจกรรม เด็ก ๆ จะเรียกกิจกรรมนั้นว่า การเล่น ส่วนคนกลุ่มหนุ่มสาว จะเรียกว่า นันทนาการ

..........ส่วนความหมายของเวลาว่างนั้นได้วิเคราะห์ความหมายของคำว่า เวลาว่าง (Leisure time) (Richard, G. Kraus, 1971:253) หมายถึงเวลาว่าง ที่ว่างจากกิจกรรมที่จำเป็นอื่นๆ ว่างจากงานประจำ เวลานอกหรือเวลาที่ประกอบกิจวัตรประจำวัน

..........จากตัวอย่างความหมายของคำว่า นันทนาการ พอสรุปได้ว่า เป็นกิจกรรมที่กระทำในเวลาว่าง โดยผู้เข้าร่วมมีความพึงพอใจ สมัครใจ โดยไม่มีการบังคับและได้รับความสนุกสนานเพลิดเพลินใจ จากการเข้าร่วมกิจกรรมที่ผู้นำได้จัดขึ้น
 
 
สงวนลิขสิทธิ์ โดย สาขาวิชาพลศึกษาและนันทนาการ คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงใหม่